Ekarit's profileMM!!'s spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
10/25/2009 Just IC will lead to an accurate prediction??!!Will events evolve into the same result if they have the same
initial condition? 7/27/2009 เป่ายิงชุบ 3 คน คนสุดท้าย ได้เปรียบเสมอ ทำอย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรมซินะ (เครียดเรย) ถ้าให้ผลการเสมอกัน ถือว่าแพ้ทั้งคู่ ถ้าเป็นไปได้ ให้เลือกเป็นคนสุดท้ายที่จะเป่ายิงชุบ เหตุผลคือ ถ้า มี A, B, C C เป่ายิงชุบคนสุดท้าย โดยให้ A กับ B ชิงกันก่อน จะได้ว่า โอกาสที่ A ชนะ B มี 1/3 โอกาสที่ A เสมอกับ B มี 1/3 (ถือว่าแพ้ทั้งคู่) โอกาสที่ A แพ้ B มี 1/3 นั่นหมายความว่า โอกาสที่ C จะชนะไปเลย โดยที่ไม่ต้องแข่ง มี 1/3 แล้วไม่ว่าใครจะมาแข่งกับ C ก็ตาม โอกาสที่ C จะชนะ ก็มีอีก 1/3 นั่นคือโอกาส ทั้งหมด ที่ C จะชนะมี 1/3 + 2/3 * 1/3 = 5/9 แสดงว่า ถ้าให้การเสมอกัน ถือว่า แพ้ทั้งคู่ การแข่งที่หลังเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะชนะ จาก 1/3 เป็น 5/9 (โกงจริงๆว่ะ) สำหรับ A โอกาสที่ A จะชนะทั้งคู่มี 1/9 สำหรับ B โอกาสที่ B จะชนะทั้งคู่มี 1/9 โอกาสที่จะแพ้ทุกคน มี 2/3 * 1/3 = 2/9 นั่นหมายความว่า โอกาสที่ A ชนะ :B ชนะ:C ชนะ : แพ้ทุกคน เป็น 1:1:5:2 หรือโอกาสที่ C จะชนะเป็น 0.556 สมมติถ้าให้ เสมอกัน ถือว่า ให้แข่งต่อจนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ จะได้ว่า ทางเลือกที่ 1 โอกาสที่ C จะได้แข่งกับ A มี 1/2 ทางเลือกที่ 2 โอกาสที่ C จะได้แข่งกับ B มี 1/2 ถ้า C ได้แข่งกับ A โอกาส ที่ C จะชนะเป็น 1/2 ถ้า C ได้แข่งกับ B โอกาส ที่ C จะชนะเป็น 1/2 โอกาสที่ C จะชนะเป็น 1/2 (ชนะทั้งสองคน) สำหรับ A โอกาสที่ A จะชนะทั้ง B และ C เป็น 1/4 สำหรับ B โอกาสที่ B จะชนะทั้ง B และ C เป็น 1/4 แสดงว่า วิธีนี้ โอกาสในการชนะจะเป็น A:B:C = 1:1:2 หรือโอกาสที่ C จะชนะ เป็น 0.5 เห็นได้ว่า ไม่ว่ายังไง แข่งคนสุดท้าย ก็ได้เปรียบกว่าคนที่แข่งกันก่อน (สำหรับ การแข่งที่โอกาสการแพ้ ชนะ เท่าๆกัน หรือสำหรับการแข่งที่ โอกาสการ แพ้ชนะเสมอ เท่ากัน) นั่นคือแข่งคนสุดท้าย ยังไงก็โกงอยู่ดี ไม่ว่ากรณีได้ๆ จะโกงมากหน่อย ถ้าให้เสมอกัน ถือว่าแพ้ทั้งคู่ ก็เท่านั้นเอง 7/20/2009 เพิ่งรู้ว่ามันตัวใหญ่ได้ขนาดนี้7/14/2009 Growing shadow from straw-water-air interface phenomenon; ปรากฏการณ์ เงาหลอดโตขึ้นเนื่องจากรอยต่อระหว่างหลอดน้ำและอากาศ อุปกรณ์คือ หลอด หลอดไฟให้แสงสีส้ม แก้วโฟมสีขาว แล้วก็ น้ำ ใส่น้ำในแก้วโฟม แล้วเปิดไฟ จะมองเห็นก้นแก้ว เป็นสีขาว (ธรรมดา ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น) พอเอาหลอดจุ่มลงไป โอ้............. เงาสีดำ ก็เกิดขึ้นมาซ้อนกับเงาหลอดที่เกิดขึ้นไปแล้ว (กราบหนึ่งครั้งสวยๆ เพราะมันสวยงามจริงๆ) In summary, when a straw is above a water level, we just see the straw shadow but when we dip the straw into water, we will see the circle shadow on top of the previous straw shadow........... OMG!! This circle shadow is caused by the refraction of light through the curve surface for sure, but I (may) have to think more to understand the phenomenon clearly. The question here is that can we calculate a straw-water contact angle if we just know a water surface tension and the size of shadow (also can measure geometries of cup, water level, etc.) MM!!, Ko PS may be.... somebody else has thought about this already, but I've just seen this shadow today ever since I was born. 6/30/2009 วิชาเดินถอยหลัง สั้นๆเลย เหนื่อยมากๆ ยิ่งเร็วยิ่งเหนื่อย ไม่รู้ช่วยอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ ไม่เจ็บหัวเข่า 6/3/2009 ความรู้ใหม่ ที่เค้ารู้กัน(ก็นานแล้วนะ) วันนี้อุตส่าห์อ่านเจอว่า ถ้าเอา น้ำมัน ผสมกับ surfactant แล้ว หยดลงไปในน้ำ หยดน้ำมันมันจะดิ้นได้ เป็นจังหวะ เหมือนหัวใจเต้น แต่ถ้าเอา อะไรไปครอบมัน มันจะหยุด พอมาถึงห้อง ไปลองทำดู หยดน้ำมัน มันเต้นแค่ทีสองทีเอง แป๊ปเดียวก็หยุด ไม่ประทับใจเลยว่ะ ความรู้ใหม่อีกอย่างที่เพิ่งรู้ (จริงๆมันก็มีมาตั้งนานแล้ว แต่เราเพิ่งไปรู้) คือ Microsoft equation มันมี ชอร์ทคัด กด ตัว เดลต้า ได้ โดยกด คอนโทร์ จี แล้วกด ดี ตัวยก ตัวห้อย เศษ ส่วนมี ชอร์ทคัดหมด กดนิดเดียว คือเราก็นั่งจิ้ม มาตั้งนาน ตอน ป ตรีถึงขนาดต้องเปลี่ยนไปใช้ Latex พอมานี่ ทำ latex ไม่เป็นละ นั่งคลิ๊กๆ มาตลอด สมการยาวแค่ไหนก็ จิ้มๆเอา มาเริ่มเอะใจ ตอน กด ctrl + ) หรือ อะไรซักอย่างเนี่ยว่า ทำไมมันมี วงเล็บแบบคร่อมให้ เซ็งตัวเองไปเลย พอรู้ว่าจริงๆ สมการที่เคยพิมพ์เป็นนาทีๆ จริงๆกดๆแค่ สิบวิ เสร็จ โอ้.......................... เซ็งไปเลย แต่ก็ดีที่ ไม่รู้ตอนเรียนจบแล้ว XD MM!!, Ko 5/20/2009 ใส่น้ำลงไปในน้ำมัน แล้วมันจะ "ฟู่" เมื่อกี้ ขณะที่เรากำลังทอดเต้าหู้อยู่ น้ำจากผักที่เพิ่งล้างเสร็จใหม่ๆก็หยดลงไป แล้วมันก็ "ฟู่" ขณะนั้นเอง เราก็นึกถึงคำถามที่เคยถาม อาจารย์ xxx ตอนเรียนเซฟตี้ว่า ทำไมให้เทกรดลงน้ำ ไม่ให้เทน้ำลงกรด แล้วอาจารย์ดันตอบแบบว่า "ไม่รู้เหมือนกัน" คงเหมือนใส่น้ำลงไปในน้ำมันในกระทะแล้วมันกระเซ็น ไม่รู้ก็บอกไม่รู้ เอ่อก็ดีเหมือนกัน วันนี้คิดๆดู จริงๆมันไม่เห็นเหมือนกันตรงไหนเลย เวลาผสมกรดกับน้ำ มันมีการคายความร้อน แต่น้ำกับน้ำมัน มันไม่ผสมกันนี่หว่า แล้วเราก็เพิ่งจะสังเกตวันนี้เองว่า น้ำจากผักที่มันหยดไปในน้ำมัน มันจะจม ทำให้มันไปโดนผิวกระทะ ซึ่งผิวกระทะมันร้อนมากกว่าจุดเดือดของน้ำ (น้ำมันพืช จุดเืดือดสูงกว่า จุดเดือดของน้ำ) ทำให้น้ำเปลี่ยนสถานะเกือบจะทันทีทันใด มันก็เลย "ฟู่" หรือถึงมันไม่จม แต่อุณหภูมิของน้ำมัน มันสูงกว่าจุดเดือดน้ำ มากๆ มันก็น่าจะ "ฟู่" แต่เวลาต้มน้ำ แล้วใส่น้ำมันลงไป น้ำมัน มันไม่ได้ลงไปโดนผิวกระทะ มันก็เลยไม่ "ฟู่" หรือในทำนองเดียวกัน อุณหภูมิของน้ำ นั้นไม่สูงกว่าจุดเดือดน้ำมัน มันก็เลยไม่ "ฟู่" อย่างนี้ต้องลองทำ CFD ดู จนถึงวันนี้ ในที่สุด เราก็ได้เอาความรู้ ม ต้นมาใช้ละ ดีใจ ดีใจ MM!!, KO ปล -ใจเรามันวอกแวกได้อย่างรวจเร็วจริงๆ ทำอาหารอยู่ดีๆ ดันมีบทสนทนา"แว้บ"เข้ามาเฉยๆเสียอย่างนั้น ชอบหนีไปโน่นไปนี่เสียจริงๆ -เซ็งเหมือนกันนะเนี่ย ที่เพิ่งจะมาสังเกตเห็น น่าจะเห็นมาตั้งนานละแต่คงแค่เห็นเฉยๆแบบไม่ได้สงสัยอะไร 4/5/2009 -2 34 -10 38 -6 14 34 6 -22 -22 -22 -22 -2230 78 -22 6 14 50 26 2 50 14 -2 34 -6 -22 -6 38 -22 34 38 58 -22 -18 26 26 38 70 -22 30 -2 -22 58 38 -22 58 -18 26 22 -22 -18 -14 38 62 58 -22 10 -2 50 -22 70 14 58 10 -22 30 78 -22 2 50 14 -2 34 -6 -22 70 10 -18 58 -22 54 10 -2 -22 30 14 6 10 58 -22 34 38 58 -22 62 34 -6 -2 50 54 58 -18 34 -6 -22 14 54 -22 58 10 -18 58 -22 54 38 30 -2 58 14 30 -2 -22 42 -2 38 42 26 -2 -22 -6 14 54 -10 62 54 54 -22 58 10 -2 14 50 -22 42 -2 50 54 38 34 -18 26 -22 58 10 14 34 6 54 -22 70 14 58 10 -22 58 10 -2 14 50 -22 2 50 14 -2 34 -6 -22 58 38 -22 30 -18 22 -2 -22 58 10 -2 30 -22 2 -2 -2 26 -22 -14 -2 58 58 -2 50 2 14 34 -18 26 26 78 -22 -22 14 -22 50 -2 -18 -10 10 -22 58 10 -2 -22 -10 38 34 -10 26 62 54 14 38 34 -22 58 10 -18 58 -22 54 38 30 -2 58 14 30 -2 -22 14 -22 -6 38 34 58 -22 34 -2 -2 -6 -22 58 38 -22 62 34 -6 -2 50 54 58 -18 34 -6 -22 30 78 -22 6 14 50 26 -22 18 62 54 58 -22 26 38 66 -2 -22 10 -2 50 -22 14 54 -22 -2 34 38 62 6 10 30 30 -22 -22 22 38 42 54 -22 -22 14 2 -22 -18 34 78 38 34 -2 -22 -10 -18 34 -22 -6 -2 -10 38 -6 -2 -22 30 78 -22 -10 38 -6 -2 -22 -22 58 10 -2 34 -22 78 38 62 -22 70 14 26 26 -22 -14 -2 -22 58 10 -2 -22 38 34 -2 -22 70 10 38 -22 2 50 -2 -2 -22 30 -2 -22 2 50 38 30 -22 30 78 54 -2 26 2 -22 3/25/2009 เดี๋ยวนี้เค้าพรีเซ้นอารายกานว้า ขอบันทึกไว้หน่อยเถอะนะ วันนี้เราแต่งตัวอย่างทางการมากๆ ไปฟังพรีเซ้นงาน เกี่ยวกับ heavy oil ทุกอย่างที่ฟังมาตั้งแต่ตอนแรกเกี่ยวกับน้ำมัน พอรอบบ่าย มีบรรยายพิเศษ เรื่องแรกกับเรื่องสุดท้ายเกี่ยวกับ multiphase flow ซึ่งก็โอเค แต่เรื่องที่สองนี่ซิ มันยังไงกันว้า ดูๆไป มันไม่ค่อยจะเดี่ยวเลย (จริงๆก็โอเค แต่มันแปลกๆ) เริ่มมา มีการเกริ่นก่อนว่า พูดเรื่อง มด เรื่อง ช้างเรื่องการใช้ออกซิเจน ของพวกนี้ แล้วจะโยงไปเรื่องน้ำมันตอนหลัง ผู้บรรยาย บอกว่า มดหายใจโดยการแพร่ของออกซิเจนเข้าไปในตัวมด (มันเกี่ยวกับน้ำมันยังไงว้า (คิดในใจ)) ถ้าเราขยายให้มดตัวโตขึ้น แล้วขยาย โมเลกุลของออกซิเจน ให้ใหญ่ตามด้วย มดจะไม่ตาย แต่ถ้าขยายแต่ตัวมด มดจะตาย เพราะไม่สามารถ หายใจได้ทัน แล้วที่นี้ก็โยงมาเรื่อง น้ำมันนิดนึงว่า เวลาโมเดลการไหล ของของเหลว ถ้า เราขยายแต่ ขนาดท่อ ถึงจะให้ Re, Fr และอื่นๆ คงที่ แต่มันก็อาจจะไม่เป็น representative ได้ เพราะว่าเราไม่ได้ขยายขนาดของโมเลกุล (ตรงนี้ยอมรับเลยว่าเกี่ยว แต่ว่ามันเกี่ยวแค่นี้หรือไงกันเนี่ย) ถัดจากนี้ ไปๆมาๆ บอกว่า เมทาบอลิซึม ใน สมช แปรตาม length scale ^ (9/4) แล้ว length scale แปรผกผันกัน g (gravitational acceleration) length scale นี่คือ ขนาดของสิ่งมีชีวิต แล้วมีการเอา สไลด์ โครงไดโนเสาร์ ให้ดูเทียบกับช้าง แล้วบอกว่า ขาหน้า ของโดโนเสาร์ เล็กกว่าช้าง ทั้งๆที่ตัวใหญ่กว่า แล้วก็โยงไปเรื่อง จำนวนการเต้นของหัวใจ ว่า ในสัตว์ทั่วไป เต้นกัน ประมาณ พันล้านครั้ง แต่ในมนุษย์ เต้นได้ถึง 3 พันล้านครั้ง (reference ก็ไม่มีนะ บอกเอามาจากเนท กำ! เจงๆ) ถัดไป อธิบายว่าหนู อายุสั้นกว่า และหัวใจก็เต้นเร็วกว่า (แล้วมันยังไงหรอว้า เริ่ม จะอะไรแล้วก็ไม่รู้) ตอนหลังเริ่มบอกว่า ขนาดของทวีป ถ้าเอามหาสมุทรออก มันจะ ฟิท กันพอดี เด๊ะ แล้วก็เริ่มอธิบายว่า โลกแต่ก่อน ขนาดเล็กกว่านี้ มีมวลน้อยกว่านี้ คือ g น้อยกว่านี้ สัตว์เลยขนาดใหญ่ แต่ตอนหลัง โลกขยายออก มวลเพิ่มขึ้น g เพิ่มขึ้น สมช เลยตัวเล็กลง (แต่ ผู้บรรยายบอกไม่ได้นะว่า มวลโลกที่เพิ่มขึ้นมา ที่ทำให้รัสมีของโลก เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า นั้นมาจากไหน) ตอนหลังยังมีตบท้ายด้วยการพูดถึงการเกิด big bang, universe expansion ไรนี้อีก คือถ้าเป็นนักฟิสิกส์มาคุย เราจะไม่บ่นเลย แต่นี่ บรรยายโดย petroleum engineer ซึ่งมันก็เหมือนว่าจะ pretty neat นะ แต่มันไม่ใช่ว่ะ postulate อะไรได้แบบ engineer มากๆ ดูๆแล้วมัน ไร้ราก มากว่ะ เห็นแล้ว เซ้งเซ็ง ถ้าถามว่าได้อะไรไม๊จาก บรรยายอันนี้ ก็ต้องตอบว่า มันก็โอเค สนุกดี น่าจดจำ แต่มันยังไม่ถึงขั้น ถ้าเป็นนักชีววิทยา หรือนักฟิสิกส์มาบรรยาย อย่างนั้นคนฟัง ยังถามต่อได้ ว่าอะไรมันน่าจะเป็นอย่างไร หรือถามในส่วนที่น่าสนใจต่อไปได้ แต่นี่มันเหมือนว่า เออ........ ก็บรรยายๆ ไปเถอะ เราก็รู้ว่าคุณก็รู้ในแบบที่เราคงถามต่อไม่ได้เลย earth mass มาจากไหน ก็บอกไม่ได้ ทำไมโลกขยายตัว ก็บอก ไม่ได้ ซักไปนี่ตอบไม่ได้ซักอย่าง อย่างน้อย ถ้าจะ postulate อะไร มันก็น่าจะมีทฤษฎีมารองรับ นิดนึง ไม่ใช่บอกว่า แผ่นดินในทวีปต่างๆ เอามาต่อกันได้พอดี แล้วสัตว์ตัวเล็กลง correspond กับตอนแรก ที่บอกว่า animal length scale is proportional to "g" อย่างเดียวแล้ว ไม่เห็นจะอธิบายเลยว่า mass มากมาย ขนาดที่ทำให้ รัสมีโลกเพิ่มขึ้นสองเท่านั้นมันมาจากไหน หรือมันน่าจะมาจากไหนได้ เราไม่ได้ว่า แนวทางแบบนี้เป็นไปไม่ได้นะ ฟังแล้วก็เพลินๆดี แต่ว่ามันกลวงเกิน กลวงจนแบบที่ทำให้อึดอัดได้ คือถ้าจะว่ากันขำๆ ว่าเป็น pop science ก็คงได้อยู่หรอก แต่ขอทำการบ้านมามากกว่านี้นิดนึง คือมันคงเป็นความตื่นเต้น แบบ engineerๆ มันยังไม่ถึงขั้น คือถ้าจะพอขำๆนั่นคงได้ แต่ว่ามันกลวง มากๆ ฟังบรรยายแบบนี้ แล้วอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก คือมันเป็นความสวยงามทางธรรมชาติ ในแบบของ engineer จริงๆ มันจะโอเคมากๆเลย ถ้าไม่ได้มา พรีเซ้นในการประชุมวิชาการ แบบทางการ มากๆ แบบนี้ MM!!, Ko 2/7/2009 $&%(@#)+9**#!! ======================================================================================================= ... . -. --. / -- .- -.- / .-- .- / - .- . / -- .- .. / ... .- / -- .- .-. - / -... --- -.- / .- .-. .- .. / -.- ..- -... / -.- .-. .- .. / -.. .- .. ======================================================================================================= 10/7/2008 ไม่ค่อยอยากจะ update space ซักเท่าไร หลังจากอ่าน บทความหนึ่ง เราก็ไม่ค่อยอยากจะ update space ซักเท่าไรเลย! เรื่องที่เราไปอ่านเจอก็คือ อกุศลกรรมบท เรื่องย่อๆ คือ อกุศลกรรมสิบอย่าง ที่มีคือ 1 การฆ่าสัตว์ 2 การลักทรัพย์ 3 การผิดประเวณี 4 การพูดปด 5 การพูดส่อเสียด 6 การพูดคำหยาบ 7 การพูดเพ้อเจ้อ 8 เพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น 9 คิดปองร้ายผู้อื่น 10 มีความเห็นผิด (มิจฉาทิฏฐิ) อ่านๆไป ข้อเจ็ด นี่รู้สึกจะเข้าประเด็นกับเราบ้างในบางครั้ง รายละเอียดของข้อ 7 นี่คือ " 7.การพูดเพ้อเจ้อ คือ การกล่าววาจาที่ทำลายประโยชน์และความสุข การเล่าเรื่องภาพยนต์ โขน ละคร หรือพูดจาตลกคนอง ตลอดจนนักเขียนนวนิยาย จินตกวี เหล่านี้ จัดเป็นลักษณะเพ้อเจ้อทั้งสิ้น เพราะผู้ฟังก็ตาม ผู้อ่านก็ตาม มิได้รับประโยชน์ที่ก่อให้เกิดปัญญา และแก้ทุกข์ในชีวิตได้แต่อย่างใด เพียงแต่ให้จิตใจเพลินไปชั่วครั้งชั่วคราวที่ฟัง หรืออ่านอยู่เท่านั้น องค์ประกอบของการพูดเพ้อเจ้อ มี 2 ประการ คือ 1.เจตนากล่าววาจาที่ไม่เป็นประโยชน์ 2.กล่าววาจาที่ไม่เป็นประโยชน์นั้น สฬายตนะสังยุตตพระบาลีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย เมื่อได้มีการพบกันระหว่าง 2 องค์แล้ว การงานที่ควรประพฤตินั้นมี 2 ประการคือ กล่าวถ้อยคำที่เกี่ยวกับธรรมะ หรือมิฉะนั้นก็จงนิ่งเฉยเสีย" อย่างไรก็ดี เราก็ไม่ใช่พระซักหน่อย(แน่ะแอบเถียง) คงไม่ต้องพูดเรื่องธรรมะตลอด กระมัง บางที เราก็ไม่ได้มีเจตนาจะกล่าว หรือเขียนอะไรที่มันไม่มีประโยชน์ อาจจะเพราะเราคิดเรื่องประโยชน์ไม่ค่อยจะออกนั่นเอง ส่วนใหญ่ ใน space เลยออกแนว update มากกว่า ว่าวันนี้วันนั้น ทำอะไรมาแล้วเป็นยังไงบ้าง แต่ก็มีหลายทีเหมือนกัน ที่ตั้งใจจะเขียนเรื่อง ไร้สาระ โดยตรง! (เริ่มรู้สึกไม่ดีเท่าไรเลย) อย่างเรื่องรสชาติของอาหารที่เราเขียนบรรยาย มันมักจะมีความอร่อยแบบเวอร์ๆ อย่างที่ไม่น่าเป็นไปได้ปนอยู่ คือไม่ได้จะเขียนเพื่อโกหกหลอกให้เชื่อ เพราะมันดูเวอร์เกินไป คงไม่มีใครเชื่อ แต่ก็จงใจ ที่จะเขียนอะไร ให้มัน เพิ่มเข้าไปแล้วให้ได้ ไร้สาระซักหน่อย (ว้าแย่จัง) . . . . หลังจากที่เริ่มหายรู้สึกผิดอย่างต่อเนื่องแล้ว เราอ่านมาถึงตอนหลังๆ ข้อสิบ นี่มีบรรยาย ยาวมากจริงๆ แต่พอสรุปได้ว่า มิจฉาทิฏฐิ ที่หยาบจนทำให้ เป็น อกุศลกรรมบถได้ มีแค่ นิตยมิจฉาทิฏฐิ 3 ประการ แค่นั้นเอง " 1. นัตถิกทิฏฐิ คือมีควาเห็นว่า ทำไรก็ตาม ผลที่พึงได้รับนั้นย่อมไม่มี ความเห็นผิดชนิดนี้ จัดเป็นอุจเฉททิฏฐิด้วย คือเห็นว่า สัตว์ทั้งหลายตายไปแล้วก็สูญไป ไม่มีการเกิดอีกในสามัญผลสูตร แสดงความเห็นผิดที่เป็นนัตถิกทิฏฐินี้ว่า ได้มาจากความเห็นผิด 10 อย่างคือ (พระพุทธองค์ตรัสดังนี้) ดูก่อนคฤหบดีทั้งหลาย มีอยู่ สมณพราหมณ์ บางพวกมีวาทะอย่างนี้มีทิฏฐิอย่างนี้ว่า 1. การทำบุญไม่มีผล 2. การบูชาต่างไม่มีผล 3. การต้อนรับเชื้อเชิญ หรือการเคารพนับถือไม่มีผล 4. ผลหรือวิบากของการทำดีทำชั่วไม่มีผล 5. ชาตินี้ไม่มี 6. ชาติหน้าไม่มี 7. บุญคุณของมารดาไม่มี่ 8. บุญคุณของบิดาไม่มี 9. สัตว์ดลกที่ผุดเกิดและเติบโตทันที โดยไม่มีพ่อแม่ได้แก่สัตว์นรก, เปรต, เทวดา, พรหมนั้นไม่มี (อัน นี้เราเพิ่งรู้เหมือนกันถ้างั้นคราวหลังเราคง ต้องบอกว่า เราอันนี้ไม่รู้แทนแล้วกัน) 10. สมณพราหมณ์ที่รู้แจ้งโลกนี้และโลกหน้าด้วยตนเอง และสอนให้ผู้อื่นที่ถึงพร้อมด้วยสามัคคี ปฏิบัติตามโดยชอบไม่มี 2. อเหตุกทิฏฐิ คือ ความเห็นว่าไม่มีเหตุ (จะชั่วดีมีสุข ทุกข์มีโชคอับโชค เกิดเพราะความบังเอิญ) หมายถึงความเห็นที่ว่าสัตว์ทั้หลาย ที่ได้รับความ ลำบาก หรือความสบายก็ตามไม่ได้อาศัยเหตุใดๆให้เกิดขึ้นเลย แต่เป็นไปเองทั้งนั้น 3. อกิริยทิฏฐิ คือความเห็นว่า การกระทำไม่สำคัญ หมายถึงความเห็นที่ว่าการกระทำต่างๆของสัตว์ทั้งหลายนั้น ไม่เป็นบาป หรือเป็นบุญแต่ประการใด" ราย ละเอียดเรื่องราวที่เราอ่านนี้ มาจาก http://thai.mindcyber.com/modules.php?name=Sections&op=viewarticle&artid=96&page=1 จริงๆรายละเอียดมีมากกว่า นี้ แต่เรายกเอาเท่าที่โดนใจ มาอ้างถึงเท่านั้นเอง ไปนอนดีกว่า ไม่ฮา ขอมีสาระกับเค้าบ้างละกันนะ MM!!, Ko 9/9/2008 ผ่าน DQE ละพอรู้ผล ก็เฉยๆนะ
เพราะว่าตอนทำ ก็รู้ว่าทำได้โอเค
สอบผ่านก็โล่งนิดๆ ก็แค่นิดๆ เองว่ะ 55+ 9/8/2008 ล้างรถแล้วเว้ยหลังจาก เกือบๆ เก้าเดือนที่ไม่เคยล้างรถเลย ก็ได้ฤกษ์ ล้างรถเสียที เช็ดๆ ออกมา นี่อย่างดำเลยว่ะ 55+ MM!!, Ko 9/7/2008 นี่แหละ สุดยอด อาหารอันนี้เป็นภาพความประทับใจเมื่อประมาณ สามสัปดาห์ที่แล้ว มันรสชาติใช้ได้จริงๆ (sandwich เราทำ แต่ว่าเพื่อนถ่ายมาให้) สุดยอดอาหารจริงๆ!! MM!!, Ko 8/30/2008 ต้มยำขนมปัง หน้าสาหร่าย ต้มยำขนมปัง เป็น อาหารที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ว่ากันว่า เริ่มทำขึ้นครั้งแรกใน ช่วงต้นศตวรรษ ที่ 21 บางความเชื่อได้อ้างว่า ต้มยำขนมปังนั้นเป็นการนำของที่ใกล้หมดอายุในตู้เย็น มาทำๆกินๆ เพื่อไม่ให้ทิ้งไว้จนหมดอายุ แต่แท้จริงแล้ว........................................................................ มันก็เป็นอย่างนั้น นั่นแหละ 55+ วิธีการทำต้มยำขนมปังฯนั้น ขั้นตอนแรก ต้องเริ่มจากการต้มน้ำ น้ำที่เดือดได้ที่จะทำให้ ต้มยำขนมปังฯ สุกได้ที่ น้ำต้มยำได้รสชาติกลมกล่ม เมื่อน้ำเดือดปุดๆ แล้ว จะต้องใช้ สาหร่ายชั้นดี ใส่ลงไปทันที (ล้างก่อนก็ดีนะ) หลังจากนั้น ให้นำ กระเจี๊ยบหั่นแช่แ่ข็ง, เต้าหู้ฟู ที่ทอดแล้ว, แฮมเจแช่แข็ง หอมชุบขนมปังทอดแช่แข็ง ใส่ลงไป การนำแฮมเจแช่แข็งใส่ลงไปทันทีโดยไม่หั่นนั้น เป็นเทคนิกการ ประหยัดเวลาขึ้นสุดยอด เทคนิกนี้ ถือว่าเป็นที่แพร่หลายอย่างมากในช่วง ศตวรรษที่ 21 ทีเดียว เพราะการล้างมีดและเขียง ที่ใช้มาจากเมื่อเช้า นั้นอาจกินเวลานานถึง 2 นาที ทีเดียว!!! (ขี้เกียจล้างอ่ะ เหอะๆ) หลังจากส่วนผสมทั้งหมดสุกทั่วถึงได้ที่แล้ว ให้เอาเครื่องต้มยำ ใส่ลงไปแบบกะๆ เอา เอาว่าพอให้ออกรส จากนั้นใส่น้ำมันงาตามลงไป เพื่อให้วิตามิน (ที่อาจจะมีอยู่บ้าง) สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ ขั้นที่สำคัญถัดไปคือ การนำ ขนมปังธัญพืช สี่แผ่น วางไว้ในชาม ด้านละสองแผ่นซ้อนกัน แล้วตักเอา ต้มยำที่ทำเสร็จแล้ว ใส่ลงไป ส่วนที่เปียกและแห้ง ของขนมปัง จะทำให้เข้าถึงสัมผัสแห่งรสชาติ ได้อย่างนุ่มนวลกลมกล่อม ความซาบซึ้ง ในรสชาติของอาหาร ก็จะเกิดขึ้นเดียวนั้น นั่นเอง!!.................เอง.........เอง.......เอง เอง เอง เอง เอง!!!............(โปรดทำ echo แล้วอ่านออกเสียงตามด้วย เพื่ออรรถรส ในการอ่านข้อความ 55+)................. MM!!, Ko 8/3/2008 อาหารที่สีสวยที่สุดในโลก ชื่อสามัญของอาหารจานนี้: เต้าหู้ผัดบีัทรูทราดข้าว (ไปลองสั่งตามสามย่านดู รับรองไม่มีขาย อยากได้ต้องทำกินเอง) ส่วนประกอบ: ข้าว พริกแห้ง เต้าหู้ บีทรูท(เอาทั้งใบและหัว) อันดับหนึ่ง หุงข้าวก่อน ขั้นตอนนี้สำคัญเหมือนกัน ต้องไม่ให้ข้าวแข็ง (ข้าวหอมมะลิ : น้ำ = 2.5 : 3 ) หลังจากนั้นเอาบีทรูท ล้างน้ำก่อนเลย เพราะขี้ดินเยอะมาก แล้วตัดลำต้น เด็ดใบออก(ไม่เอาเส้นกลางใบนะแข็งท่าจะเคี้ยวยาก) เอาใบล้างน้ำให้สะอาด (ใช้ด่างทับทิม หรือผงฟูถูกๆ ถ้าไม่มีด่างทับทิม) ปอกเปลือกของบีทรูทออก ใช้มีดสับให้เป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ จะได้ไม่ต้องเคี้ยวมาก เสร็จแล้วสับเต้าหู้ ให้เล็กๆ น้ำมันจะได้พอท่วม ขั้นต่อไป ใส่น้ำมันลงกะทะ เปิดเตา ใส่เต้าหู้ แล้วรอจนมันเหลืองๆนิดๆ เอาพริกแห้งโรยหน้า โรยเกลือ เสร็จแล้วใส่ บีทรูทสับสามในสี่ที่มีลงไป ปิดเตาทันที แล้วใส่ใบมันลงไป คน คน คน คน พอเริ่มเย็นใส่ บีทรูทที่เหลือลงไป ตอนนี้เราจะเห็นได้ว่า เต้าหู้จะกลายเป็นสีชมพู ออกม่วงๆนิดหน่อย ตักขึ้นมาราดข้าวที่เพิ่งหุงเสร็จ ข้าวก็จะกลายเป็นสี ม่วงๆ ชมพูๆ ใส่ซีอิ๊วขาวซักหน่อย เป็นอันเสร็จพิธี พอเราลองกินดูแล้ว สุดยอด สีสวยดี รสชาติก็เหมือนผัดผักเต้าหู้ทอดธรรมดานั่นแหละ เพราะบีทมันไม่มีรสอะไรเท่าไหร่อยู่แล้ว ที่มันเด็ดก็คือ ข้าวจะกลายเป็นสีๆนี่แหละ มันสวยดี 55+ MM!!, Ko จะหมดไปอีกวันแล้ว !! ตืนมาก็เที่ยงแล้วเฮ้ออออ หุงข้าว อาบน้ำ ทำอาหาร แล้วก็ ทานอาหาร .................. ง่วงนอนมั๊กมั๊ก อีกอย่าง วันนี้ต้องซักผ้า (เหลือชุดสุดท้ายแล้ว!!) ขับรถเอาผ้าออกไปซัก โอ้โห!!! ข้างนอกโค-ตะ-ระ ร้อนเลย ขนาดเปิดประตูทั้งหมด แล้วรอ สิบวิได้ พอเข้าไป เปิดแอร์ อย่างกะเปิด ฮีทเตอร์ ลมออกมาเป็นลมร้อนทั้งนั้น ร้อนจริงๆ เทาซ่า ร้อนกว่าเมืองไทยอีก เซ็ง(พอประมาณ) พอจะเอาผ้าออกจากรถ หยิบ ควอเตอร์ที่อยู่ในช่องรถข้างหน้าออกมา โอโห!!!!!!!!!! มือแทบพอง!!! กลับมาถึงห้อง ต้องเปิดน้ำเย็นผ่านมืออ่ะ เฮ้ออออออ จะทุ่มนึงแล้ว จะหมดวันแล้ว !!!!!!!!! วันนึงวันนึง ทำไม มันแป๊ปเดียวเองว้า?? หาว หาว หาว ง่วง ง่วง ง่วง แต่ยังไม่อยากนอน อบผ้าไว้ เดี๋ยวลืมเอาออกมา ล่ะไม่มีใส่ 55+ MM!!, Ko 7/20/2008 ฝันแบบเซ็ง จริงๆเซ็งได้ที่เลยหล่ะSaturday 19 July 2008 8:30 PM GMT-6
ฝันแบบเซ็ง จริงๆเซ็งได้ที่เลยหล่ะ
วันก่อน (อันนี้จำไม่ได้แล้วว่าวันไหน) ฝันไปว่า นั่งรถกลับไปกับ *a**** แล้วพ่อ *a****นั่งข้างหน้า แล้วกำลังจะไปแต่งงานกัน ไม่มีใคร ใส่ชุด เจ้าสาวเจ้าบ่าว และ ก็ไม่ได้เห็นว่าฝันจริง
มาวันนี้ เริ่มจากฝันว่าอยู่กับไอ้ *** ในห้อง(มันมาทำไมวะ)แล้วก็กอดกัน ซักพักก็มีอะไรกัน (แต่ไม่เห็นฉากนั้น มีกบว มาในฝันได้ด้วยหรอวะเนี่ย) แล้วมานั่งกอดกันต่อ (โหนี่เพ้อเจ้ออย่างแรง) เราก็สวดมนต์ก่อนนอนแล้วนะ แต่ดันมี คนโทรศัพท์ มาตอนหกโมงเย็น (นอนไปได้ประมาณ สามชั่วโมง) พอซักพักเดินลงมากับไอ้ *** แล้วเห็น*a* ล้างรถหรือทำอะไรอยู่ซักอย่างนี่แหละ แล้วM* ******* จุดไฟบนกระโปรงรถอีกคัน(จุดทำไมวะ) ตอนนั้นฝนตกหนักมาก แต่ก็เหมือนว่าจะขับออกไปชน บ้านตรงข้ามที่เยื้องๆกัน (เค้าทะเลาะอะไรกันไม่รู้ ในฝันไม่ได้บอก) shot เด็ดคือ เค้าเอาประทัดไปหรืออะไรนี่แหละ ใส่ในชาม แล้วไปสาดใส่หน้าต่างบ้านตรงข้าม เพื่อให้เข้าไปในตัวบ้าน ระเบิดได้แบบเล็กๆรึเปล่าไม่แน่ใจ
แต่ในขณะนั้นเอง เรากับ*a* ก็ไม่ได้สนใจอะไร ไอ้***เอากล้องวีดีโอไปถ่ายไว้ แต่ซักพักมันก็หายไปจากความฝัน และแล้ว สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
มันเป็นฉากของความเงียบ เหมือนกับว่าเวลานั้นหยุดอยู่กับที่ แต่เป็นเราคนเดียวที่มี motion เราหันไปมองหน้า*a* แล้วก็สงสัยว่าทำไมความเงียบเกิดขึ้น เราก็ค่อยๆ หันกลับไปมองด้าน M* ******* เรา (อันนี้เป็นภาพเราหันไปแบบ slow แต่ว่าสิ่งอื่นยังหยุดอยู่กับที่อยู่ อาจจะเคยดูหนังมามากเกินไปเลยมีเรื่องมุมกล้องมาเกี่ยวมาก) เราได้ยินเสียงปืนสองนัด นัดแรกมาจากอีกบ้านหนึ่ง แต่อยู่ข้างๆกับที่M* ******* ไปก่อเหตุ เราเห็นเงาตะคุ่มๆ คือปืนอยู่ เราเห็นสีแดงชัดมากๆในความฝัน ซึ่งมันเป็นเลือดของ M* ******* อีกนัดมาจากเด็กในบ้าน ที่ถูกเอา อะไรไปสาดนั่นแหละ เด็กคนนั้นคืออะไรคล้ายๆปืน แต่ไม่ใช่ คาดว่าจะเป็นปืนอัดลมกระสุนเหล็กแบบที่ใช้ซ้อมยิง (อันนี้คิดเอาหลังจากตื่นแล้ว)
พอเห็นแบบนั้น ความเงียบก็ยังคงอยู่ต่ออีกอึดใจหนึ่ง ในช่วงเวลานั้น เราคิดเลยว่า M* ******* โดนยิงตายแล้วแน่นอน แต่เหมือนว่าใจมันยังยอมรับไม่ได้ เรากับ*a* ก็หมอบลง ตัวติดพื้น แล้วเราก็คลานไปหลังรถ แล้วตะโกนขึ้นว่า ใครก็ได้ช่วยเรียกรถพยาบาลที อารมณ์ตอนนั้นมันสุดๆ ไม่รู้มีสติพอจะเรียกรถพยาบาลได้ยังไง จริงๆเหมือนกับว่า เรารู้แล้วว่าM* ******* ตายแล้ว แต่ก็ยังจะเรียกรถพยาบาล เราได้ยินเสียง siren แล้วจากนั้นเราก็ตื่น
ตื่นมาแล้วก็งงๆ เซ็ง มากๆ ตอนสองทุ่มครึ่ง รู้สึกแย่ว่ะ ถ้าเป็นไปได้ เราไม่อยากฝันเลย
MM!!, Ko 6/29/2008 เซ็ง ในระดับหนึ่งเลยนะเนี่ยที่บ้าน เรา ตรงรามอินทรา โดน ขโมย ขึ้น
ตอนนั้นไม่มีใคร อยู่บ้าน
คง มีเวลามากถึงขนาด ถอดเสื้อทิ้งไว้ เพราะว่า มันคงร้อน (ทำไมไม่เปิดแอร์วะ 55+)
เก้าอี้มุก โต๊ะ พระ (พระยังเอาเล้ย เซ็งจิต จะเอาไปกราบไหว้บูชา หรอว้า ไปไหว้กันที่วัดก็ได้ เฮ้อ....)
เงินสด เครื่องเล่น DVD อะไร หายจ้อย (โต๊ะ คงเอาไปไม่ไหว เพราะมันหนัก เหอๆๆ)
จริงๆ โดน นานเป็น อาทิตย์ อาทิตย์ละ แต่เราเพิ่งรู้
บ้านโดนรื้อ กระจัดกระจาย
เซฟ ยังโดนงัด
มันคงทำเสียงดังโครมคราม แต่ตอนนั้นไม่มีคนอยู่
เมื่อสิบเก้าปีที่แล้ว บ้านเราก็โดนขโมยขึ้น ครั้งนั้นโดนเอาทีวีไป
น่าสังเกต คือ ทั้งสองครั้ง ข้างบ้าน มีการ สร้าง ซ่อมแซม ตกแต่ง
เป็นไปได้ว่า เป็นพวกช่างๆ ทั้งหลาย ที่มีเครื่อง มานั่นแหละ มางัด เพราะมันมีเครื่องมือ
เศร้า อย่างบอกไม่ถูก
แต่ก็ยังดีกว่าไฟไหม้ มองโลกในแง่ดี ก็ยังยิ้มได้ 55+
MM!!, Ko
ปล ดีที่ text ทั้งหลาย ไม่โดนเอาไปนะนั่น
มันอาจจะถูก แต่มันหาซื้อกันยาก
"ก็ยังดีวะ" |
|
|